Brugada Syndrome: ภัยเงียบที่คร่าชีวิตชายไทยก่อนวัยอันควร

  • Brugada Syndrome หรือโรคใหลตายเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร พบมากในเพศชายวัยทำงานและวัยกลางคนที่ดูมีสุขภาพแข็งแรงดี
  • อุบัติการณ์ของ Brugada Syndrome สูงมากถึง 1 ใน 1,000 คนในเพศชายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าสูงกว่าเชื้อชาติอื่นประมาณ 2 เท่า
  • Brugada Syndrome เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตด้วยภาวะดังกล่าวจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรค
  • หากได้รับการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้

Brugada Syndrome คืออะไร?

Brugada Syndrome หรือโรคใหลตายถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 1992 โดย Professor Joseph และ Professor Pedro Brugada โรคนี้มีชื่อเรียกทางการแพทย์อีกชื่อหนึ่งว่า Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) คือ กลุ่มอาการเสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับในตอนกลางคืนที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุการตายได้ โดยทั่วไปมักไม่มีอาการแสดงใด ๆ ที่บ่งบอกถึงความผิดปกติมาก่อน  อัตราการเกิดโรคพบได้ 3 – 5 คนในประชากร 10,000 คน Brugada Syndrome มักพบในผู้ที่มีอายุระหว่าง 20 – 50 ปี อายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40 ปี เพศชายมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิงถึง 10 เท่าโดยประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศชายชาวเอเชีย

Brugada Syndrome คือการเสียชีวิตที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดจริงหรือ?

จากรายงานเคสการเสียชีวิตอย่างปริศนาที่ไร้ร่องรอยในชายวัยทำงานที่ดูแข็งแรงดีหลายต่อหลายรายนำไปสู่การศึกษาวิจัยถึงสาเหตุของ Brugada Syndrome การศึกษาพบว่าโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของยีน SCN5A ที่มีหน้าที่ควบคุมการไหลเข้า-ออกของโซเดียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac voltage-gated sodium channel) ส่งผลให้การนำไฟฟ้าในกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG) พบว่า ST elevation ใน leads V1-V3 จึงเป็นสาเหตุให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดปกติชนิดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน และอาจทำให้เสียชีวิตอย่างกะทันหันได้ในที่สุด ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตด้วย Brugada Syndrome คิดเป็นร้อยละ 4 ของการเสียชีวิตกะทันหันที่มีสาเหตุจากหัวใจ (sudden cardiac death)

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ Brugada Syndrome ได้แก่ สมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติโดยเฉพาะโปแตสเซียมและแมกนีเซียม การดื่มสุราอย่างหนัก การรับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก สารเสพติดชนิดโคเคน และยาบางชนิด เช่น amitriptyline, nortriptyline, carbamazepine, lithium, propofol และ procainamide เป็นต้น

จริงหรือที่ไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ บอกให้รู้ล่วงหน้าได้ว่าเป็น Brugada Syndrome?

อาการของผู้ที่เป็นโรคนี้แตกต่างกันไป ประมาณร้อยละ 70 อาจไม่เคยมีอาการแสดงผิดปกติใด ๆ เลย ในขณะที่บางคนอาจมีประวัติเป็นลมบ่อย ๆ เวียนศีรษะ หรือใจสั่นมาก่อน แต่ไม่ได้สังเกตหรือไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหัวใจ

อย่างไรก็ดีการซักประวัติทางการแพทย์อาจช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งประเมินได้จากปัจจัยบางอย่างที่สัมพันธ์กับ Brugada Syndrome เช่น ประวัติคนในครอบครัวสายตรงเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ มีการหายใจแบบ agonal ขณะนอนหลับ ผู้ป่วยจิตเวชที่ต้องรักษาด้วยยาจิตเวชบางชนิด ประวัติการใช้ดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติด เป็นต้น

การวินิจฉัย Brugada Syndrome ทำได้อย่างไร?

การตรวจ 12-lead ECG เพื่อประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งพบความผิดปกติได้ 3 รูปแบบ ดังนี้

  • Type 1: coved ST elevations >2 mm ร่วมกับ inverted T wave
  • Type 2: saddleback-shaped ST elevation >2 mm
  • Type 3: saddle-back shaped ST elevation <2 mm

นอกจากนี้อาจพิจารณาทำ drug challenge test ในผู้ที่ตรวจไม่พบความผิดปกติในข้างต้นแต่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เพื่อตรวจหา ST elevations ใน precordial leads V1-V3 โดยยาที่ใช้ในการทดสอบดังกล่าวคือยาที่มีฤทธิ์เป็น sodium channel blockers ได้แก่ procainamide, ajmaline, flecainide และ propafenone

การวินิจฉัยแยกโรคควรคำนึงถึงโรคที่มีอาการคล้ายกัน ได้แก่ QT prolongation, Wolff-Parkinson-White syndrome, pulmonary embolism, sick sinus syndrome, early repolarization syndrome, electrolyte abnormalities และ atrial fibrillation ด้วย

Brugada Syndrome สามารถป้องกันและรักษาได้หรือไม่?

การได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดอัตราการการเสียชีวิตได้ การรักษาทำได้โดยการผ่าตัดเพื่อฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (Automatic implantable cardio defibrillator: AICD) ในรายที่มีอาการรุนแรง โดยอุปกรณ์นี้จะช่วยตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอดเวลา และจะช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้กลับมาสู่ภาวะปกติเมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงโดยการส่งกระแสไฟกระตุ้น

สรุป

Brugada Syndrome เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่มีสาเหตุจากการเกิดคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ และอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างกะทันหันได้ โดยพบมากในชายวัยทำงานชาวเอเชียโดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความท้าทายของการจัดการกับ Brugada Syndrome คือผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีอาการแสดง อย่างไรก็ดีการพิจารณาปัจจัยเสี่ยงสามารถช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยได้


เอกสารอ้างอิง

  1. Veerakul G, Chaothawee L, Jirasirirojanakorn K, Nademanee K. What we have learned about Lai Tai in Thailand?. BKK Med J. 2011;1(1):59.
  2. El Sayed M, Goyal A, Callahan AL. Brugada Syndrome. [Updated 2023 Aug 8]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023 Jan-. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK519568/
Share it with
Email
Facebook
LinkedIn
Twitter
WhatsApp

Data Privacy Notice

This Privacy Notice shall be read in conjunction with the Privacy Policy to the extent this Notice does not mention or specify the particulars that should have been mentioned or specified relating to the Notice in pursuance of the provisions of the Data Protection Laws as applicable.

On having accessed or visited this Platform you the Noticee hereby voluntarily consent to and take notice of the fact that the personal data, by which or in relation whereto you the concerned Noticee is identifiable, shall be retained, stored, used, and may be processed by the Company for the purpose and in the manner, though legal, found suitable to it for commercial and/or some other reasons. The detailed specificity whereof may be found in the Privacy Policy. The consent provided herein may be withdrawn anytime by you, the Noticee, at its own volition by removing your profile or by writing to us at support@docquity.com.

As a Noticee, you shall have the right to grievance redressal, in relation to your consent or our use of your personal data, which you may address by writing to us at dpo@docquity.com. Should you, the Noticee, thereafter remain unsatisfied or dissatisfied with the resolution provided by us, you, the Noticee, may approach the concerned regulatory authority for the redressal of your grievance.

Thanks for exploring our medical content.

Create your free account or log in to continue reading.

Data Privacy Notice

By using this platform, you consent to our use of your personal data as detailed in our Privacy Policy, and acknowledge that we use cookies to improve your browsing experience